วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

รีวิวคิ้วสวย 3D คิ้วปังหน้าเปร๊ะ ตอนที่1


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เพ็กกี้ รึ Pekky The Angel นะคะ มาเป็นน้องใหม่ใน Blogspot ฝากเนื้อฝากตัวฝากใจ ฝากหน้า ฝากมันทุกอย่าง ฝากด้วยละกันนะค้าาา ฝากแล้วไม่รับคืนนะคะรักกันนานๆเหมือนลิงรักลูกท้อนะ อุ่ยยรู้จักกันมั้ยอ่ะ? ก็ยาหม่องอ่ะ เห็นลิงถือลูกท้อถือมาตั้งนาน ไม่ยอมเปลี่ยนใจ จะพีชจะแพร จะแอปเปิ้ลเชอรี่ v7 v12 ลิงก็ไม่แลจะเอาแต่ลูกท้อ กี้เลยรู้สึกว่า เฮ้ยมันเป็น Royalty อ่ะแกร รักกันนาน อยากมีบ้างงง
    ไร้สา มากเข้าเรื่องดีฝ่า กี้ไปสักคิ้วมาค่ะ สวยเชีย ปังอ่าาา(ใครพูด? พูดเองชะมะ?)
นั่นหล่ะเอาเป็นว่า สวยละกัน แล้วได้คุยกะเพื่อนที่ไปสักที่อื่น จึงได้รู้ว่าสักแพงใช่ว่าจะออกมาสวยถ้าไม่ดูแลและเจ้าของร้านนั้น(ไม่ขอเอ่ยนาม) เค้าไม่บอกเพื่อนอิชั้น แพงก้อแพงไม่บอกเคล็ดลับมันน่าเจ็บใจ. ออกมาไม่มีเส้นเป็นแค่สีทึบๆ ชิ! เคืองแทน แต่ของกี้ดีงามจนเพื่อนเกลียดขี้หน้า เลยอยากจะมาเม้ามอยบอกกันว่าทำไง
เรามาที่หน้าจริงคิ้วจริงแบบไม่ใช้สแตนอินไม่ใช้ตัวช่วยของกี้เลยดีกว่าเป็นไงล่ะ อายุ 38นะครัช แอ๊บสุด สุดติ่งกระดิ่งแมวบอกเลย 555 ต่อไป
นี่คือพี่หมอเอ๋และพี่ต๋อมเจ้าของร้าน Cute Concept ที่กี้ไปสักค่ะ สวยตลกใจดี เห็นหน้าแล้วสบายใจ สวยแน่เรา! 
อ่ะมาที่ราคา กี้สักแพคเกจ 9900สัก+เติมสี1ครั้ง ถามว่าแพงมั้ย?  ยอมรับว่าราคาสูงแต่สักคิ้วทั้งทีต้องการความชัวร์ค่ะ ดูจากบุคคลที่สักมาแล้วทุกท่านดูดีสวยเป๊ะ เลยควักค่ะงานนี้ ไม่มีการจ้างสักโปรโมทนะคะบอกก่อน (ใครอยากรู้จักร้านเขียนCute Concept ลงใน Facebook รึ IG เจอเลย)
ขั้นตอนคือ เลือกรูปคิ้วที่อยากได้ค่ะ ถ้าเรามีแบบที่ชอบก็บอกช่างไปถ้าภาษาไทยไม่แตกฉานก็กางรูปเลยจะเอาคิ้วพี่อั้ม คิ้วญาญ่าอะไรก็ว่าไป. แต่ถ้าคิดไม่ออกแบบว่าหลายใจเลือกไม่ถูกก็ให้ช่างดีไซน์ให้ได้ค่ะให้รับกับใบหน้าและโหงวเฮ้ง เดวช่างเค้าจัดให้คิ้วรับทรัพย์ 5555
  พอได้ทรง ก็วาด แล้วโป๊ะยาชาไว้ 30-45นาทีแล้วแต่ความกลัวเจ็บ แต่ขอกระซิบปนตะโกน"ไม่เจ็บเลยฮะชริงๆ" รับประกัน
  หลังจากนั้นก็เริ่มสัก ตอนสักเนี่ยให้พี่เค้าถ่ายไว้ให้แล้วมาตัดเป็นคลิป ใครอยากดูก็ไปดูได้นะจ๊ะไม่น่ากลัว 
ใครกดไม่ติดเข้าไปหาใน
www.youtube.com/c/pekkytheangel 
ตามลิ้งนี้ใน Youtube กี้เลยจ้า 
แต่สักเสร็จแล้วเป็นไง? อันนี้มีรูปปลากรอบโชว์แน่นอน 
สักมาแล้วจะเป็นชินจังคิ้วดำปิดปี๋ไปอีก7วันห้ามโดนน้ำนะจ๊ะ อุ่ยยแล้วล้างหน้ายังไง และต้องทำอะไรต่ออ่ะ ??? ว้ายๆๆไม่บอก หลอกให้ติดตาม ขั้นตอนการดูแลอ่านได้ในตอนที่2เลยจ้าาา
ไปหล่ะ หลอกให้อยากแล้วจากปาย
Pekky The Angel



รีวิว Physicians Formula ภาค2 Nude Wear จ้า

สวัสดีค่ะสาวๆ เจ้เป็นคนตื่นเช้า เลยชอบมาตอนเช้าๆ 

ในเมื่อหนังยังมีภาคต่อ เจ้ก็เลยทำรีวิวนี้เพื่อเป็นภาค2ของ Physicians Formula ซะเลย 

แต่ต่างกันตรงที่ คราวนี้ไม่ได้สอยมาเอง แบรนด์เค้าให้มาเป็นของขวัญปีใหม่ ยกมาทั้งเค้าเตอร์เลยทีเดียว เลยเป็นโอกาสดีที่เจ้จะมารีวิวไว้



เผื่อใครกำลังจะสอย ฉุกคิดว่า อ๊ะจิ้มดูรีวิวก่อนดีกว่า จะได้จิ้มมาเจอเจ้ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ


Collection ใหม่แสนมุ้งมิ้ง สีชมพูหวานเจี๊ยบนี้มีชื่อว่า Nude Wear นะฮ้า และผลิตภัณฑ์เค้าก็มีชื่อว่า Touch Of Glow โน่นนี่ แพคเกจจิ้งมุ้งมิ้งมาก ตอนเอามาจัดถ่ายรูปเนี่ย อมยิ้ม แต่ยิ้มอ่อนมาก เพราะมันดูไม่ค่อยเข้ากะสายดาร์กแบบเจ้เลย 555

ขอเริ่มที่ของน่ารักกันก่อน แต่ตัวนี้ไม่ขอโฟกัสมาก เพราะอยู่ที่ความชอบและสีผิวแต่ละคนจริงๆ



Touch Of Glow Palette 4สี 

-Light ตัวนี้เป็นไฮไลต์ หน้าวาว สังเกตง่ายๆจะมีรูปสร้อยไข่มุกอยู่ ตัวนี้เค้าเคลมว่าผสมผงไข่มุก เจ้ใช้แล้วรู้สึกว่า วาวมากก กไก่ล้านตัว ไม่ได้วาวแบบเบาๆเกาหลีนะ วาวแบบวาวเลย (ขออภัยลืมถ่ายรูป ไปจิ้มวีดีโอดูแล้วกันนะ)

-Light Bronzer ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นบรอนเซอร์ เป็นสีน้ำตาลอ่อนไม่เข้มมากวิ้งๆทองๆ

-Rose Blush On สีชมพูอ่อน ไม่วิ้ง

-Natural Blush On สีชมพุออกส้ม ไม่วิ้งอีกเช่นกันจ๊ะ

 

พลิกตลับมาด้านหลังเปิดได้มีกระจกกับแปรงปัดให้ด้วย เจ้ขอสารภาพ เจ้ใช้มาตั้งนานกว่าจะรู้ว่ามันเปิดได้ โอ่ยยยย




Touch Of Glow concealer

 

ตัวนี้เป็นปากกาแบบไขๆ ไว้สำหรับปกปิดใต้ตา รึจุดอื่นๆ

อย่างที่เห็นในรูปเลยนะจ๊ะ ตัวนี้บางเบาสาวมหาลัย (แต่ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนๆ เจ้บอกเลยว่า Collection นี้เค้าแน่นขึ้นทุกตัวแล้วชริงๆ)

 

เหมาะกับสาวที่ใต่ตาไม่แย่มาก เพราะให้ลุคเป็นงานผิว แต่เจ้ขอผ่านนะฮ้าไม่รอดจิๆ




Touch of Glow Stick

ตัวนี้ได้อยู่ เป็น คอลซีลเลอร์ เหมือนกัน แต่มาในรูปแบบแท่งไขๆ เนื้อนิ่ม ลื่น เกลี่ยง่าย ตัวนี้ปกปิดดีงามอยู่ปาดซัก 2 รอบนะ อย่างที่เห็นในรูป เจ้ป้ายลงไปเลย  เจ้เลือกใช้สีน้ำตาลเพราะปกติแล้ว ใต้ตา รึรอยสิวเราก็สีประมาณนี้ ถ้ามัันกลบสีนี้ได้เจ้ก็ให้ผ่านหล่ะ  

เหมะสำหรับสาวตาลึกตาดำอาการระดับกลางช่วยถมช่วยโบกพอไหว แต่ยังได้งานผิวไม่โป๊ะ




ตัวสุดท้ายงานถนัดของเจ้

Touch of Glow Foundation 

ตัวนี้เป้นรองพื้น ที่เน้นลุคโกลว์ๆแล้วยังดูเป็นผิว เค้าบอกว่าเป้นOil Free และปราศจากน้ำหอม 

บอกตรงๆตัวนี้เจ้ประทับจิตมาก เพราะ มันปกปิดดีในระดับ Medium Coverage เลยที่เดียว แต่รู้สึกเบาหน้า เกลี่ยง่าย เค้ามีแปรงมาให้ด้วย แต่เจ้ว่าแอบเล็กอ่ะ เลยใช้แปรงตัวเอง 

แต่....เนื่องจากให้ลุคที่โกลว์ๆ สิ่งที่ตามมาคือ คุมมันน้อยมาก คือเรียกได้ว่าแทบไม่คุมมัน 

คนผิวแห้งแบบเจ้ใช้แล้ว สบายมาก แต่ถ้าใครผิวมัน (ต้องไม่มันมากนะ ถ้ามันมาก ไม่รอดนะ) 

เจ้แนะนำให้.....



 

จะช่วยได้บ้าง แต่อาจจะไม่ค่อยโกลว์มากในจังหวะแรก

 

ก็แหม! เอาจริงๆนะเจ้เข้าใจหัวอก บางทีของใหม่อยากลองอยากใช้กะเค้าบ้าง

เจ้ก็เป็น บางทีซื้อมาแล้ว ก็หาวิธีอะเดปเอา ดีกว่าโยนทิ้งซื้อใหม่ 

ไม่ต้องห่วงนะคะสาวๆใครตามรีวิวเจ้ รีวิวเจ้สวยทางเลือก

เจ้จะพยามคิดค้นวิธีอะเดป เผื่อๆมาให้ด้วยนะ



ยังๆๆๆค่ะยังไม่จบ เรื่องรองพื้นนี่ยาว 

สี เรามาว่ากันด้วยเรื่องสี เค้ามี 2 ให้เลือกคือ


Light - ซึ่งเจ้คิดว่าเหมาะกับสาวผิวเบอร์ 1-2 แต่ไม่ขาวแบบเบอร์ 1 เกาหลีนะ สาวเบอร์2 สามารถใช้ได้สบายๆ


Light/Medium - ซึ่งเจ้ผู้มีสีผิวประมาณเบอร์ 3 รู้สึกว่ามันคือ 3-4 เพราะเจ้รู้สึกว่าใช้แล้วคล้ำไป อาจจะเนื่องจากเจ้ลง เฉดดิ้งโน่นนี่เยอะ 

เจ้จึงขอเสนอทางเลือก คือเอามาผสมกัน ใครอยากได้แบบเปร๊ะๆก็เอามาผสม สีเข้มก็อาจจะไว้ใช้ Contour สีอ่อนไว้ โปะใต้ตาแทน concealer อะไรแบบนั้นค่ะ

อ่ะคราวนี้จบจริงๆแล้ว ใครอยากฟังเจ้เม้ามอย พร้อมดูวีดีโอมุ้งมิ้งที่เจ้ตั้งใจทำ จิ้มที่วีดีโอ เลยนะจ๊ะ. 

http://youtu.be/z05rpugX9jo


หวังว่าสาวๆคงมีข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้นอีก 1 สเตป

มีอะไรอยากรีวิวเยอะมากปีนี้ กุมเป๋าตัง กันให้แน่นๆนะ เจอกันได้ใหม่ใน กระทู้หน้าจ้า

 

ด้วยรัก จากเจ้เป็ก #เจ้ขี้อวด

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

First Impression กับรองพื้น URBAN DECAY Naked Skin ของเจ้เป็ก

เจ้ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ไม่เคยรีวิวแบบ First Impression มาก่อนเลย วันนี้หล่ะ อาจจะไม่ได้เป็น Item ใหม่อะไรแต่ถือซะว่าเป็นอีก1ความเห็น จากสาวผิวแห้งแบบเจ้ละกันนะจ้าสาวๆ 

เมื่อวานได้มีโอกาสไปวิ่งเล่นที่งานเปิดตัวเคาเตอร์ใหม่ของ Urban Decay ที่เซ็นทรัล ชิดลม หูยยยยคุณคะ มันอลังการบานตะไทมวากก ทางแบรนด์บอกเลยเค้าเตอร์นี้ของแน่นสุด! มีทุกสิ่งอยากได้อะไร ที่ไหนไม่มี ปรี่มาเลยค่ะ สมคำคุย ของเยอะมากก Wish List ในใจเจ้อีกเพียบบบ






เจ้ชอบบรอนเซอร์ ชอบรองพื้น ชอบแป้ง เพราะนอกจากคิ้วคือมงกุฎของหน้าแล้ว แป้งกะรองพื้นนี่ยิ่งกว่าชุดชั้นในอีก ใส่ชุดชั้นในไม่สวยความเซ็กซี่ไม่เกิด ความมั่นใจไม่เบ่งบาน แต่งแค่ไหนก็เหมือนใส่สายสะพายบนชุดกระสอบ. 555 นึกภาพออกเลยมั้ยล่ะ. 


แต่ First Impression วันนี้ไม่ได้เป็นของที่ทางแบรนด์ให้มานะคะ ตำมาเอง ราคา 1600บาท ได้ลดอีก10%จากแต้ม The One Card 



Urban Decay Naked Skin Weightless Ultra Definition Liquid Make up.  30 ml 

จริงๆก็คิดอยู่ว่าจะเสียทรัพย์กับแป้งพัฟ รึแป้งฝุ่น รึรองพื้นดี แต่พอได้ยินว่า **รองพื้นของเราคนหน้าแห้งใช้ดีนะคะคุณพี่ ** หูยยยยเจ้งิ หูตั้งเลยจ้าา ควักบัตรเครดิตรูดปรื๊ดดด

และมันก็มาอยู่ในมือเจ้แล้ว ฮิโฮะฮิโฮะ :)
 มาในรูปแบบขวดปั๊ม แพคเกจเรียบๆแต่เก๋ตามสไตล์. UD สีที่เจ้าใช้คือสี Shade 4.0 ซึ่งเจ้บอก BA ไปว่าชอบสีออกเหลืองค่ะ 


หน้าของอีชั้นวันนี้ ไม่กล้าสดมาก กลัวคนอ่านทนไม่ไหว เจ้ไม่ได้สวยใสไนติงเกลนะจ๊ะ. เอางี้หล่ะถูไถ และอ่อ แสงไม่ค่อยดีนะฮ้า มีเงาตกตรงหน้าซ้ายบนหน่อยขออภัย


เนื้อของเจ้าสิ่งนี้ ลิควิตลิควิต ค่ะ กดปุ๊ป ไหลลลลลลเร็วมาก เนื้อน้ำมาก และสัมผัสก็ลื่นมากได้ใจ ช่างคล้ายกับเนื้อของ Dior Nude ที่เคยลอง


เจ้จิเบลนด้วย Beauty Blender คู่ใจนะจ๊ะ ด้วยความที่เป็นเนื้อน้ำมากเวลาเอา Beauty Blender กดไปเหมือนมันหายเข้าไปในฟองน้ำเลย หายแวบ กดใหม่ กดไป 2รอบ ครึ่งหน้า 555


และนี่คือสภาพหลังจากลงไปครึ่งหน้าความรู้สึกจากใจเจ้คือ 
1.เกลี่ยง่าย ซึมไว(มาก)
2.เบาหน้าจริงไรจริง 
3.ปกปิดน้อยบางมากแม่คุณเอ้ย เจ้คงต้องใช้ Concealer ช่วย Naked สมชื่อชริงๆ. แต่ผิวเจ้เยินอ่ะ คนผิวดีไม่ต้องกังวลน่าจะโอ
4.สีสวยเหมาะกับชะนีผิว2สี
5.บิ้วได้แต่ไม่เยอะและต้องรีบทำเพราะเนื้อรองพื้นเซทตัวไวมาก เซทแล้วแห้งเลยไม่ต้องใช้แป้งทับ ดังคำเคลมเป๊ะ 




หลังจากลงทั้งหน้าและทำการบิ้วเพิ่มไป 1 Layer นี่หน้ารึเค้กยะ? นั่นหล่ะก็ได้แบบที่เห็นเทียบกันให้ดูจ่ะๆๆ แต่แสงไม่ค่อยดีอาจจะดูงงๆ เอาเป็นว่าความรู้สึกเจ้ถือว่าอะเครเลยนะ แต่งหน้าต่อหล่ะ 

ขออนุญาตลง Highlight ใต้ตาและ Concealer เพิ่มนะฮ้า ไม่งั้นไม่มั่นใจอ่ะ ไม่ลงแป้งฝุ่นใดๆทับเลย ปัดแก้ม ไฮไลต์นิดหน่อย ทาลิปสติก 
เสร็จเรียบร้อยเวลา เกือบบ่าย3 ตีว่า บ่าย3ละกัน 15.00น. นะ เดวเจ้จะไปบิน แล้วมาทดสอบการคุมมันกัน

ขณะนี้เวลาเที่ยงคืนครึ่งโดยประมาณ 0.15น. ผ่านมา 9 ชม.กว่าๆวันนี้ผู้โดยสารน้อย เหงื่อเลยไม่ค่อยมี อากาศก็ไม่ค่อยร้อน สภาพรองพื้นเจ่ยังอยู่ดีมีมันขึ้นเงาตาม T zone แต่โดยรวมโอเคทั้งนี้มีการซับหน้าด้วยทิชชู่เช็ดหน้า 1รอบ เติมแป้งที่ติดพัฟ ขอย้ำ แค่ติดพัฟ!   เพียง1รอบ อยากจะบอกว่ารองพื้นนี้คุมมันโอเคแต่ เจ้ผิวแห้งมากนะ คนผิวมันเนี่ย 50:50 มากไม่กล้าฟันธงว่าจะไหวรึไม่ไหว
สีไม่ดรอปเลย สว่างกระจ่างยังไงอย่างงั้น ชอบอ่ะ แต่ขอตินิดนึง บางจริงแต่มีตกร่องนะอาจเพราะหน้าเจ้ร่องลึก แต่ก็ยืดหยุ่นดี หน้าไม่เหยียด(ก็แหมบางเบาซะขนาด)

ถ้าให้คะแนน ขอให้ 3.5/5นะ ตัดคะแนนการปกปิดอ่ะ จบแล้วและนี่คือครั้งแรกที่ได้ลองนะจ๊ะ ใครเคยใช้แล้วเป็นไงบอกกันเพิ่มใต้คอมเม้นได้นะจ๊ะ. กว่าจะพิมพ์กระทู้นี้เสร็จจะตี2กว่าแล้วเนี่ย เจ้ไม่ไหวแล้ว ฮาไม่ออกหล่ะ ไปนอนก่อนนะ 
รักนะ จุฟจุฟ 
Pekkytheangel 


















วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ผิวสวยด้วย Sena Marine Plankton กับเจ้เป็ก

สวัสดีจ้าสาวๆทั้งหลาย ใครอยากหน้าใสหน้าเด็กยกมือขึ้น ! อ่าพวกที่ไม่ยกคือ?  "หนูเด็กอยู่แล้วค่ะเจ้ อยากหน้าแก่ค่ะ. การ์ดที่คุมนั่งเล่น รู้ทันตลอดค่ะ อดแดนซ์กะเพื่อนเลย @&#^^€€ "  อ่ะอันนั้นเจ้คงช่วยไม่ได้ ช่วงนี้คุมเข้มจริง    อ่ะ กลับมาที่ประเด็นของเรา ... วันนั้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเจ้ทำ ฮาวทู(how to) Nude look ไป พอบอกอายุปุ๊ปนะ แฟนเพจแบบ หูยยย นี่เจ้กินฟอเมอลีนเลยป่ะค่ะ??  หลายคนเขียนมาถาม (อีกหลายคนเขียนมาด่า อิ้ววว) และหลายคนสงสัย ว่าไอ้ที่เจ้ใช้ในวีดีโอคืออะไร. วอทอีสอิท???

     สิ่งนั่นก็คือ Sena Marine Plankton เป็น Water serum concentrate รึจิแปลเป็นไทยว่า เซรั่มน้ำ(ตบ)เข้มข้น สุดพลัง

แล้วมันทำไมเหรอคะเจ้ เอาอะไรผสมเหรอคะ ถึงได้สุดพลังขนาดนั้น   ซึ่งส่วนผสมสำคัญของเค้าก็คือ Marine Plankton Stemcell Complexให้พลังแก่ผิวด้วยเซลล์ต้นกำเนิดจากใต้ทะเลลึกซึมลึกถึงระดับDNA sena marine plankton น้ำแพลงก์ตอน เข้มข้นสูงสุด 8% จากเกาหลี ปลอดภัยผ่านการทดสอบและรับรอง จากแพทย์ผิวหนัง จาก สถาบันKCL ซึ่งแบรนด์เค้าแอบกระซิบมาว่า นี่เข้มข้นมากนะคะ ใส่เยอะสุดกว่าแบรนด์ไหนๆ

ได้มาจากทั้งแพลงก์ตอนพืชอย่างสาหร่ายทะเลสีแดงและสีน้ำตาล และสารสกัดจากแพลงก์ตอนสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆในทะเลลึก

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของน้ำแร่บริสุทธ์บนเกาะเชจู. แบบว่าให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของเกาหลีมากและสมุนไพรเกาหลีอีกกว่า 20 ชนิด โอ้ เก่งจุงเอาทุกสิ่งลงไปในขวดเดียว นี่เจ้ดีใจนะเนี่ย รู้สึกคุ้มมากทุกครั้งที่ใช้


             โอ้ยบอกที่มาซะขนาดนี้ เจ้รีวิวมาเลยดีกว่าใช้แล้วเป็นไงบ้าง หนูจะได้อะไรใช่มั้ยคะ ใช้แล้วหน้าใสกระจ่างขึ้นค่ะนั่นคือสิ่งแรกที่เจ้รู้สึกได้ เค้าบอกว่า Sena Marine Plankton ตัวนี้จะช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวใหม่ นั่นคงเป็นสาเหตุให้เห็นได้ชัดว่าหน้าใสขึ้น 3สเตป และช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น

       และปกติแล้วเซรั่มเนี่ยเราจะต้องลงเป็นตัวแรกก่อนskin care อื่นๆ เพื่อช่วยให้ skin care อื่นๆทำงานได้ดี ผซึมสู่ผิวชั้นลึก แต่คุณสมบัติเด่นๆของ Sena Marine Plankton ที่เจ้ชอบคือ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเร็ว ใช้ก่อนแต่งหน้าได้ ตบๆๆๆๆคนผิวแห้งใช้หน้าจะติดแป้งง่ายขึ้น คนผิวมันใช้ เมคอัพจะติดทนขึ้น สามารถ หยดๆแล้วตบระหว่างวันเพื่อบำรุงได้ด้วย

    และวันนี้นะ เจ้จะมาสอนทำมาร์สหน้าแบบง้ายง่ายด้วยนะ

     อุปกรณ์ไม่มีอะไรเลย มีแค่ Sena Marine Plankton ขวดนี้และกระดาษเช็ดหน้า แนะนำยี้ห้อคลีนิกข์นะ เหนียวดี ขาดยาก


   เริ่มจากพับกระดาษ พับๆไม่ต้องเล็กมาก เดวคลี่ไม่ออก 


       แล้วหยด เท แหยะ. แล้วแต่จะเรียก Sena marine Plankton ลงให้ทั่ว ไม่ต้องกลัวเปลืองค่ะ. 150ml 1490 บาท ขวดบะเร่อ สบายมาก อ้อ โดยเฉพาะตรงรอยพับ บีบเบาๆ ให้ทั่วแผ่นเพื่อให้ เซรั่มฉ่ำทุกจุด แล้วคลี่ออก

      หลังจากนั้นก็โป๊ะลงไปที่หน้า มาร์สหน้านอนสวยสวย


ทิ้งไว้ซัก 10-15 นาที แค่นั้น จะรู้สึกหน้านุ่มผิวใสขึ้นเลยจ้า. เป็นการรีเฟรชผิวที่ดีมาก
ใครสนใจ หาซื้อกันได้เลยตามนี้นะ 

Ig/fb :senaofficialth
www.senaofficialth.com
ร้าน lashes/ beautrium

ก่อนจะไปขอฝากการรีวิวในรูปแบบวีดีโอของเจ้ไว้ด้วยนะจ๊ะ 


ไปหล่ะ ไว้มีอะไรเริ่ดๆจะมาบอกอีกนะจ๊ะ
บราย
เจ้เป็ก






 



วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

รีวิวมวยคู่เอกระหว่าง Bioterm Life Plankton และ Kielh's Ultra hydro plumping serum

สวัสดีจ้า อกเจ้จะระเบิด ลุ้นเหลือเกิน
ตายๆๆๆมวยคู่นี้สูสีดีกรีแชมป์รางวัลการันตรีทั้งคู่เลยนะเนี่ย แล้วจะยังไงกันค้าทีเนี่ย
ดูหน้าคุณกรรมการก็รู้ถึงกับเอ๋อเลยทีเดียว

แชมป์เก่าประจำฤดูกาลนี้ Bioterm Life Plankton ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันถือว่ามาแรงในฤดูกาลนี้เลย. (มีใครไม่รู้จักบ้างมั้ยค้าาาา) ซึ่งทางแบรนด์เคลมไว้ว่า. ใช้ 8 วันจะเห็นความแตกต่าง ตัว life plankton นี้มีส่วนผสมของ plankton จริงๆใช้แล้วช่วยให้ผิวชุ่มชื่น. สรรพคุณเพียบ แน่น

Kielh's Ultra hydro plumping  serum
มุมแดงศักดิ์ศรีไม่แพ้กัน ผู้ท้าชิงของเรามาจากค่ายยักษ์ผู้มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการผลิตproductสำหรับผิวแพ้ง่าย ดูแลผิวที่บอบบาง มีตัวดังหลายตัวเช่นกัน และตัว Ultra hydro plumping serum ตัวนี้มีรางวัลการันตีมาด้วยจ้า ซึ่งทางแบรนด์ เคลมว่า ใช้แล้วผิวชุ่มชื้น

สำหรับการให้คะแนนเจ้จะแบ่งเป็น 6ยก. 
ลองมาดูกันเลย เริ่มจากเรื่องภายนอกก่อนเลย 

ยกที่1 เรื่อง ราคา ตัวนี้ plankton ชนะขาดลอย ด้วย ปริมาณและราคาที่คุ้มกว่าเห็นๆ อันนี้ต้องยอม ขวดเล็ก125ml 2000กว่าบาท ในขณะที่Kiehl's 50 ml 2000กว่าบาทเช่นกัน

ยกที่2 เรื่อง กลิ่น อันนี้ hydro plumping  ชนะใสเช่นกัน. เพราะ กลิ่นสะอาดดีงามในขณะที่ plankton กลิ่นแรงเพราะต้องใส่น้ำหอมอย่างแรงเพื่อกลบกลิ่นแปลกๆจากplanktonซึ่งผสมอยู่ในขวด

ยกที่ 3 เนื้อผลิตภัณฑ์. ตัวนี้เจ้ยกให้ Hydro plumping  นะ เนื้อเนียนนุ่มลื่น ซึมเร็ว ทาแล้วสามารถ แต่งหน้าต่อได้เลย. ในขณะที่ plankton เหนียวเหนอะนิดนึงถึงซึมแล้วก็ยังเนอะอยู่บ้างไม่เหมาะจะแต่งหน้าต่อเท่าไหร่
เอาหล่ะทีนี้เรามาพูดเรื่องการบำรุงกันบ้างดีกว่า ต้องขอบอกก่อน สภาพผิวเจ้เนี่ย แห้งระดับ 10 หน้าผ่านการใช้งานมาแล้ว 38 ปี ยาวนานมาก 2ตัวนี้เอาอยู่มั้ยมาทายกัน. สาระมา วิ้วววว

ยกที่ 4 ความชุ่มชื้น ตัวนี้เจ้ขอให้ plankton  เพราะสามารถทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นเปลี่ยนจากผิวแห้งเป็นผิวมีสุขภาพได้ในเวลาอันสั้นกว่าค่ะใช้แล้วผิวชุ่มชื้นจริงดีจริง. หน้าฟูขึ้นจริง ตื้นตันใจมาก

ยกที่5 ความใสกระจ่าง ตัวนี้ Hydro plumping ทำคะแนนได้ดีกว่า เปรียบเทียบแล้ว ผิวหน้าด้านที่ใช้ กระจ่างใสกว่าเจงๆ

ยกที่ 6 กระชับรูขุมขน plankton เอาไปเลย เห็นได้ชัดเจนแต่เจ้ใช้เวลาเกือบ 10 วัน นะ อาจเป็นเพราะหน้าเจ้แห้งหนัก แต่รูขุมขน ด้านที่ใช้ Plankton เล็กลง เปรียบเทียบกับอีกข้าง สามารถเห็นได้เลย ว้าว!
  ผ่านไป 6 ยก กรรมการเวียนหัวมากรักพี่เสียดายน้อง สรุปผลยากมาก เพราะข้อดีมีกันทั้ง2ตัว งั้นเอาเป็นว่า แล้วแต่ปัจจัยของแต่ละคนเลย. อยากได้อะไร. ราคา? ความกระจ่างใส?รึมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง 
และ ข้อแนะนำของเจ้นะ
ตัว Hydro plumping เนี่ยใช้คู่กับ Vit C ของ Kielh นะ. เริ่ด 
ส่วนเจ้ งกอ่า  คงใช้มันทั้ง2ตัวสลับกันเลย บอกแล้ว รักพี่เสียดายน้องอ่า ไปก่อนนะฮ้าเดวหมดแล้วจิสอยตัวใหม่มาลองใหม่
ใครอยากดูแอคติ้งเจ้ในวีดีโอนี่เลย

บราย 
Pekky The Angel




รีวิว Make Up Remover ตัวนี้ถูกและดีนะรู้ยัง


สวัสดีจ้า เจ้เป็กมาแล้ว วันนี้จะมารีวิว Make Up Remover รึ นำ้ยาเช็ดเครื่องสำอางให้ฟังกันมีหลายตัวเลยนะ แต่ละตัวก็ดังๆทั้งนั้นเลย
เจ้เริ่มเลยดีฝ่า

มาเริ่มที่ตัวแรกเลย ตัวนี้เคยเป็นตัวที่เจ้ชอบมากนั่นก็คือไบโอเดอร์มาฝาสีชมพูที่ชอบตัวนี้เพราะเบสมันเป็นน้ำค่ะ เจ้แต่งหน้าตลอดครั้งละนานๆ เจ้มีปัญหาเรื่องผดมาก ยิ่งถ้าล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดรึ ใช้ตัวล้างหน้าที่เบาเป็นน้ำมัน มังไม่รอด. ตัวนี้ใช้ง่ายเช็ดง่ายค่ะ ล้างเครื่องสำอางออกสะอาด. แต่ถ้าเป็น พวกดินสอเจลอายไลเนอร์ ดำปี๋เนี่ยต้องใช้เวลามากเหมือนกัน เพราะพวกนี้ต้องน้ำมันถึงจะออกดี ตัวนี้เนี่ยราคาในเมืองไทยค่อนข้างแพงเหมือนกันนะประมาณ 1200 ถึง 1300 บาทแต่กี้ไปซื้อมาจากฮ่องกงเวลาไปบินที่ร้าน SaSa ใน City Gate Outlet เนี่ยมันจะมักจะมีโปรโมชั่นเสมอมันจะเหลือประมาณขวดละ 500 อะไรเงี้ยพอเจอก็จะขนกลับมาเยอะหน่อยแต่พักหลังค่อยได้บินก็ต้องฝากเพื่อนซื้อลำบากลำบนมากเลย บางทีก็ไม่ได้ราคานี้ก็เลยคิดว่าลองหาตัวอื่นที่ซื้อง่ายๆดีกว่า
ก็เลยหันมาใช้ตัวนี้ซึ่งใครๆก็บอกว่าเหมือนไบโอเดอร์ม่ามากเลยนะก็คือบีเฟซต้าคิดว่าเพื่อนๆคงรู้จักกันดีอยู่แล้วเนื่องจากว่าเป็นตัวที่โด่งดังมากในเรื่องของเมคอัพรีมูฟเวอร์นะฮ้าแต่ราคาสบายกระเป๋ากว่าไบโอเดอร์ม่าเยอะเลย วิธีใช้เหมือนกันเปร๊ะเอาจริงๆนะเจ้ก็ยังรู้สึกว่าเจ้ชอบไบโอเดอร์ม่ามากกว่าล้างออกง่ายกว่าแต่ว่าหากจะใช้ต่อไปก็คงจะไม่ไหวเพราะฉะนั้นเราก็มาหากันต่อไปว่าจะใช้อะไรกันดีถูกและดีมันต้องมีสินะ

L'oreal ตัวเด็ดตัวดังตีคู่มากับ Maybelline ตัวนี้เนี่ยเบสเป็นน้ำมันจริงๆเจ้เองไม่ค่อยถูกกับน้ำมันเนอะแต่ว่าบางครั้งค่ะเวลาต้องการความรวดเร็วเราแต่งหน้าหนักมากจัดหนักมากและวันนี้เหนื่อยมากกก ปนขี้เกียจมาก
ก็จะต้องใช้ตัวนี้ในการช่วยเช็ดบริเวณตาแล้วก็ปากแค่ปาด ปรืด ก็หลุด แต่ส่วนอื่นก็ใช้อย่างอื่นไปเหมือนเดิมได้ไม่เป็นผดนะฮ้า

และนี่นางเอกตัวแรกของเรานั่นก็คือ Biore Make Up Remover and Foam ตัวนี้เนี่ยที่แนะนำเลยเพราะว่าถ้าคนที่ไม่ได้ผิวแห้งมากนะเวลาใช้แล้วเนี่ยมันสามารถล้างเครื่องสำอางและก็เป็นโฟมล้างหน้าในขั้นตอนเดียวเครื่องสำอางออกดีมาก แต่ก็อีก ดินสอเจลอายไลเนอร์เนี่ยคือข้อยกเว้น (เจ้ว่าเจ้ควรตั้งประเภทแยกให้มันป่ะ? Very waterproof) ส่วนราคา ว้าวมาก120 บาทถูกและดี อยู่นี่แล้ว1ตัว

ตัวนี้หลายคนเห็นรูปถึงกะต้องเพ่งมันไม่ค่อยคุ้นใช่มั้ยล่ะ. มันคือ Bisous Bisous Collagen Bomb make up Remover เป็น 1 step cleansing น้ำเหลวใส แบบในรูป เป็นเจลล้างหน้าล้างดีเหมือนกัน ล้างเครื่องสำอางออกดี และ ใช้แล้วหน้าไม่แห้ง หน้านิ่มดีงามแต่ราคาเนี่ยก็ไม่ถูกนะถ้าใครสู้ราคาไหวก็โอเคเลย

ตัวสุดท้ายนะคะตัวนี้เจ้เคยรีวิวไปแล้วนั่นก็คือ Snailwhaite ตัวนี้เนี่ยมันเขียนว่ามันเป็น OiL Free ปราศจากน้ำมันนะแต่เวลาใช้ให้ความรู้สึกเหมือนใช้ make up Remover ที่เป็นน้ำมันเลยอ่ะต้องกลับมาดูที่ขวดอีกรอบว่ามันใช้Oil Free แน่ใช่ไหมตัวนี้เค้าเขียนว่าเป็น Cleansing Technology คงแปลว่าเทคโนโลยีของฉันเป็นความลับนะเธอ บอกไม่ได้ซึ่งตัวนี้เนี่ยเจ้ช้อบบบชอบเพราะว่าใช้แล้วเนี่ยหน้ามันค่อนข้างจะแบบเหมือนเราใช้ครีมบำรุงไปด้วยในตัวลักษณะเหมือนเวลาที่เราทาตัวที่เป็นตัวดังดังของเค้าที่ทำจากเมือกหอยทากนั่นแหละตอนนี้
แต่เวลาเข้าตาแสบตานะขอบอก ระวังนีส วิธีใช้ก็นวดๆถูๆไปจะแห้งจะเปียก ตามสะดวก ล้างเครื่องสำอางดีงาม ราคาก็เป็นมิตร ก็เลยกลายเป็นตัวโปรดเจ้ตอนนี้ค่า

สุดท้ายอันนี้แถมให้เวลาเจ้ไม่แต่งหน้าก็จะใช้โฟมล้างหน้าตัวนี้ที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนกุมภาแล้วล่ะแล้วก็ที่ชอบเพราะว่าใช้แล้วผิวไม่แห้งค่ะหลังจากล้างแล้วหน้าก็จะชุ่มชื้นตัวนี้ก็คือตัว Perfect wipe ของ Shiseido นี่ถ้าเกิดหมดที่ขนมาจากญี่ปุ่นแล้ว จะเอาหน้าเจ้ไปลองตัวใหม่ๆให้นะ แล้วเดวได้มารีวิวกันใหม่. หุๆๆ
ถ้าอยากดูวีดีโอก็นี่เลย


วันนี้ไปก่อนนะ
บรายย
Pekky the angel